
LazMall และ Shopee Mall มีผลต่อการสั่งซื้อมากแค่ไหน และดีต่อการทำโฆษณาจริงไหม
February 10, 2025
ลด CPC Google Ads Search Campaign ยังไงดี รวมวิธีที่เอเจนซี่ใช้จริง
July 19, 2026ผลกระทบ Ai Overviews มีอะไรบ้าง ลองนึกภาพว่าเราเป็นเจ้าของเว็บไซต์ ทำคอนเทนต์มาอย่างตั้งใจ SEO ก็ทำเต็มที่ อันดับก็ยังติดหน้าแรกเหมือนเดิม แต่พอเปิด Google Analytics ดู กลับเห็น Traffic ค่อย ๆ ร่วงลงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ถ้าใครเจอสถานการณ์แบบนี้อยู่ ขอบอกเลยว่าไม่ได้คิดไปเองแน่นอน เพราะตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังก็คือ AI Overviews ฟีเจอร์ที่ Google ใช้ Generative AI สรุปคำตอบให้ผู้ใช้อ่านจบได้ในหน้าเดียว โดยไม่ต้องคลิกเข้าเว็บไซต์ไหนเลยก็ได้
ฟังดูน่ากังวลใช่ไหมครับ เพราะข้อมูลล่าสุดในปี 2026 ชี้ว่า AI Overviews ปรากฏในผลการค้นหาแล้วเกือบครึ่งหนึ่งของทุกคำค้นหา นั่นแปลว่าเกือบทุกครั้งที่มีคนค้นหาข้อมูล มีโอกาสสูงที่เขาจะได้คำตอบจาก AI ไปเลยโดยไม่แวะมาที่เว็บไซต์เราเลยด้วยซ้ำ แต่ก่อนจะถอดใจ เราอยากชวนมองเรื่องนี้ให้รอบด้านกว่านั้น เพราะในความเปลี่ยนแปลงก็มีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ บทความนี้จะพาไปดูว่า AI Overviews กระทบเว็บไซต์และธุรกิจอย่างไรบ้าง ควรยึดหลักแนวทางไหนในการทำคอนเทนต์ต่อจากนี้ และ KPI แบบเดิมที่เคยใช้วัดผลกันมา อาจต้องปรับใหม่อย่างไรบ้าง
1. AI Overviews คืออะไร ทำไมถึงเปลี่ยนหน้าตาการค้นหาไปตลอดกาล
พูดง่าย ๆ AI Overviews ก็เหมือนเพื่อนที่ชอบดูหนังจบมาก่อนแล้วสรุปเนื้อเรื่องให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ฟังจบปุ๊บ บางคนก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องไปดูโรงหนังอีกแล้ว AI Overviews ทำหน้าที่แบบนั้นเป๊ะ คือดึงเนื้อหาจากหลายเว็บไซต์มาอ่าน แล้วสังเคราะห์เป็นคำตอบเดียวจบ วางไว้ด้านบนสุดของหน้าผลการค้นหา ก่อนที่ผู้ใช้จะเห็นลิงก์เว็บไซต์แบบเดิม ๆ เสียอีก จุดที่ต่างจาก Featured Snippet ที่หลายคนคุ้นเคยคือ AI Overviews ไม่ได้ดึงข้อความจากเว็บเดียวตรง ๆ แต่ผสมข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าด้วยกัน แล้วเลือกอ้างอิง (Citation) เว็บไซต์บางส่วนไว้ท้ายคำตอบเท่านั้นเอง
ที่น่าตกใจคือความเร็วในการเติบโตของฟีเจอร์นี้ จากที่เคยอยู่ราว 12% ของคำค้นหาในปี 2024 ตอนนี้ขึ้นมาอยู่ที่ราว 48% ในปี 2026 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าตัวภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี เรียกว่าเร็วจนหลายคนตั้งตัวแทบไม่ทัน พูดตรง ๆ ว่าถ้าใครยังทำ Content Marketing แบบเดิมทุกอย่างเหมือนเมื่อ 2-3 ปีก่อน ก็อาจต้องเริ่มกลับมาทบทวนกันจริงจังแล้วล่ะครับ
2. ผลกระทบ Ai Overviews ต่อเว็บไซต์ คลิกหายไปจริงไหม ตัวเลขบอกอะไรบ้าง
คำถามที่คนทำเว็บไซต์และ Content Marketing กังวลที่สุดตอนนี้คือ AI Overviews ทำให้ Traffic หายไปจริงไหม เอาจริง ๆ คำตอบคือจริงครับ และตัวเลขก็ชัดเจนจนใจหาย
อัตราการคลิก (CTR) ลดลงแบบเห็นผลชัด
- งานศึกษาของ Seer Interactive ช่วงเดือนกันยายน 2025 พบว่า Organic CTR ของคำค้นหาที่มี AI Overviews ลดลงจาก 1.76% เหลือเพียง 0.61% หรือลดลงราว 61% ส่วน Paid CTR ก็ลดลงหนักไม่แพ้กัน จาก 19.7% เหลือ 6.34% หรือลดลงราว 68%
- การวิเคราะห์ของ Ahrefs จากคำค้นหากว่า 863,000 คำในเดือนธันวาคม 2025 พบว่า AI Overviews ทำให้ CTR เฉลี่ยของหน้าที่ติดอันดับต้น ๆ ลดลงราว 58%
- งานวิจัยของ Pew Research พบว่าเมื่อมี AI Overviews ปรากฏ ผู้ใช้คลิกเข้าเว็บไซต์เพียง 8% ของการค้นหา เทียบกับ 15% เมื่อไม่มี AI Overviews
เห็นตัวเลขแบบนี้แล้วก็อดใจหายไม่ได้จริง ๆ เพราะนั่นแปลว่าความพยายามทำ SEO ให้ติดอันดับต้น ๆ ที่เคยการันตี Traffic ได้ระดับหนึ่ง ทุกวันนี้อาจไม่ได้แปลว่าจะมีคนคลิกเข้ามาเยอะเหมือนเดิมอีกแล้ว
Traffic ของเว็บไซต์ในภาพรวมก็ได้รับผลกระทบ Ai Overviews
ไม่ใช่แค่ CTR ต่อคำค้นหาเดียว แต่ผลกระทบสะสมทั้งปีก็สะท้อนออกมาชัดในระดับ Traffic ของเว็บไซต์ผู้เผยแพร่เนื้อหา (Publisher) โดยรวม ข้อมูลช่วงครึ่งปีแรกของ 2025 พบว่าเว็บไซต์ Publisher ค่ามัธยฐานมี Traffic ลดลงราว 10% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยเว็บไซต์ที่ไม่ใช่สายข่าวลดลงหนักกว่าที่ 14% ส่วนเว็บไซต์ข่าวลดลงราว 7%
แต่ก็ยังพอมีเรื่องให้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง เพราะช่วงต้นปี 2026 เริ่มเห็นสัญญาณของการฟื้นตัวบางส่วน Organic CTR ของคำค้นหาที่มี AI Overviews ขยับกลับขึ้นมาอยู่ที่ราว 2.4% จาก 0.61% ในช่วงกันยายน 2025 ถึงอย่างนั้นก็ต้องบอกตรง ๆ ว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะนิ่งนอนใจ เพราะช่องว่างระหว่างคำค้นหาที่มีและไม่มี AI Overviews ก็ยังอยู่ที่ราว 37% ซึ่งเป็นตัวเลขที่คนทำ Content Marketing ต้องวางแผนรับมือในระยะยาว มากกว่าจะนั่งรอให้ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิม เพราะเอาเข้าจริงมันคงไม่กลับไปแบบนั้นแล้วครับ
3. แต่ก็ยังมีโอกาสซ่อนอยู่ AI Overviews ไม่ได้มีแต่ข่าวร้าย
พอเห็นตัวเลข CTR ที่ลดลงขนาดนี้ หลายคนอาจรู้สึกท้อใจไปเลย แต่เดี๋ยวก่อนครับ เพราะท่ามกลางเรื่องน่ากังวลเหล่านี้ ก็ยังมีมุมที่เป็นโอกาสอยู่ นั่นคือเรื่องของ Citation หรือการถูกอ้างอิงใน AI Overviews
- แบรนด์ที่ถูกอ้างอิงใน AI Overviews มีโอกาสได้ Organic Click เพิ่มขึ้นราว 35% และ Paid Click เพิ่มขึ้นสูงถึง 91% เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่ไม่ถูกอ้างอิง
- ผู้ใช้ที่คลิกเข้ามาหลังอ่านสรุปจาก AI Overviews แล้ว มักเป็นคนที่ผ่านการกรองข้อมูลเบื้องต้นมาแล้ว ทำให้มีแนวโน้มเป็น Traffic ที่มี Intent สูงกว่าเดิม แม้จำนวนคลิกจะน้อยลง แต่คุณภาพของคนที่คลิกเข้ามาอาจดีขึ้นกว่าที่คิด
พอมองมุมนี้แล้วก็พอเบาใจขึ้นมาหน่อยใช่ไหมครับ เพราะจริง ๆ แล้วเกมมันแค่เปลี่ยนไป จากที่เคยแข่งกันแย่งอันดับ 1 ในหน้าผลการค้นหา ตอนนี้กลายเป็นการแข่งขันเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่ AI เลือกอ้างอิงแทน ใครที่ปรับตัวได้ก่อน ก็มีโอกาสเก็บเกี่ยว Traffic คุณภาพสูงจากช่องทางนี้ได้มากกว่าคู่แข่งที่ยังยึดติดกับวิธีเดิม ๆ อยู่
4. แนวทางที่ควรยึดถือ ปรับ Content อย่างไรให้ AI เลือกไปอ้างอิง
เขียนคอนเทนต์แบบตอบคำถามตรงประเด็นตั้งแต่ย่อหน้าแรก
AI Overviews มักจะดึงข้อความที่ตอบคำถามได้ครบถ้วนในตัวเอง ไม่ต้องอ่านทั้งบทความก่อนถึงจะเข้าใจ เพราะฉะนั้นทุกหัวข้อควรเปิดด้วยประโยคที่ตอบคำถามของหัวข้อนั้นให้จบก่อน แล้วค่อยขยายความหรือยกตัวอย่างตามหลัง แทนที่จะเกริ่นยาว ๆ วนไปวนมาแล้วค่อยเฉลยคำตอบท้ายย่อหน้าแบบที่หลายคนคุ้นเคยกันมา
ให้ความสำคัญกับ E-E-A-T และความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล
เนื้อหาที่มีประสบการณ์ตรง มีตัวเลขจริง มีชื่อผู้เขียนและความเชี่ยวชาญชัดเจน ยังคงเป็นปัจจัยที่ Google ให้น้ำหนักอยู่เสมอ ไม่ว่าระบบการค้นหาจะเปลี่ยนไปแบบไหนก็ตาม เพราะสุดท้ายแล้ว AI เองก็ต้องเลือกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุดมาอ้างอิงเช่นกัน จะบอกว่านี่คือข้อได้เปรียบของคนที่ทำคอนเทนต์อย่างตั้งใจมาตลอดก็ไม่ผิดนัก
จัดโครงสร้างเนื้อหาและทำ Schema Markup ให้ AI อ่านง่ายขึ้น
การใช้หัวข้อ H2 H3 ที่ชัดเจน ตารางเปรียบเทียบ รายการแบบ Bullet และการใส่ Schema Markup ที่เหมาะสม ช่วยให้ทั้ง Google และ AI เข้าใจโครงสร้างเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ซึ่งเพิ่มโอกาสที่เนื้อหาจะถูกดึงไปแสดงใน AI Overviews หรือถูกอ้างอิงในคำตอบมากขึ้น เหมือนกับการจัดบ้านให้เป็นระเบียบ เวลามีแขกมาเยี่ยม เขาก็หาของที่ต้องการเจอได้ง่ายกว่าบ้านที่ของกองสุมกันเต็มไปหมด
มองไกลกว่าแค่ Google เริ่มทำ GEO ควบคู่กับ SEO
นอกจาก Google AI Overviews แล้ว ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม หันไปถามคำถามตรงกับ ChatGPT, Perplexity หรือ Gemini แทนการเสิร์ชแบบเดิมเลยด้วยซ้ำ แนวทาง Generative Engine Optimization หรือ GEO คือการทำให้แบรนด์เป็นแหล่งข้อมูลที่ระบบ AI เหล่านี้เลือกอ้างอิงหรือแนะนำ ซึ่งเป็นทักษะใหม่ที่คนทำ Content Marketing ต้องเริ่มฝึกควบคู่ไปกับ SEO แบบเดิม ใครเริ่มก่อนก็ได้เปรียบก่อนแน่นอน
5. KPI การวัดผล Content Marketing ที่ต้องเปลี่ยนไป
เมื่อพฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนไปขนาดนี้ ไม้บรรทัดที่เราใช้วัดผลก็ต้องเปลี่ยนตามด้วยครับ การยึดติดกับ Traffic หรืออันดับคำค้นหาเพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา อาจทำให้เรามองไม่เห็นภาพรวมที่แท้จริงอีกต่อไปแล้ว KPI ที่ควรเริ่มติดตามเพิ่มเติมมีดังนี้
- Share of Voice ในคำตอบของ AI สัดส่วนที่แบรนด์ถูกพูดถึงหรือถูกอ้างอิงในคำตอบของ AI เทียบกับคู่แข่งในกลุ่มคำถามเดียวกัน
- Citation Rate อัตราที่ AI Overviews หรือ AI Search เครื่องมืออื่น ๆ อ้างอิงชื่อหรือลิงก์ของแบรนด์ เทียบกับจำนวนคำถามที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- Conversion Quality คุณภาพของผู้เข้าชมที่คลิกเข้ามาจริง เช่น อัตราการอยู่บนหน้าเว็บ อัตราการทำ Conversion มากกว่าดูแค่จำนวน Traffic ดิบ ๆ แบบที่เคยดูกัน
- Branded Search Lift การค้นหาชื่อแบรนด์โดยตรงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าคนจดจำแบรนด์เราได้หลังเห็นชื่อในคำตอบของ AI แม้ตอนนั้นจะยังไม่ได้คลิกเข้าเว็บไซต์ก็ตาม
ไม่ได้แปลว่า Traffic หรืออันดับคำค้นหาแบบเดิมจะไม่สำคัญอีกต่อไปนะครับ แต่อยากให้มองเป็นชุด KPI ที่ต้องดูควบคู่กันไป เพื่อให้เห็นภาพว่าคอนเทนต์ของเรากำลังสร้างผลลัพธ์ในทุกช่องทางจริง ๆ ไม่ใช่แค่ในหน้าผลการค้นหาแบบที่เคยชินกันมา
6. สรุป คนทำ Content Marketing ควรเริ่มทำอะไรตอนนี้
AI Overviews ไม่ใช่กระแสมาแล้วก็ผ่านไปแน่นอนครับ แต่เป็นทิศทางที่ Google เดินหน้าต่อเนื่อง และครอบคลุมผลการค้นหามากขึ้นเรื่อย ๆ ผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดคือ CTR และ Traffic ของเว็บไซต์ที่ลดลงจริง ปฏิเสธไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสใหม่ให้กับแบรนด์ที่ถูกอ้างอิงใน AI Overviews ผ่าน Traffic ที่มีคุณภาพสูงขึ้นเช่นกัน
ถ้าให้สรุปสั้น ๆ สิ่งที่คนทำ Content Marketing ควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้เลยคือ ปรับเนื้อหาให้ตอบคำถามตรงประเด็นตั้งแต่ต้น ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล จัดโครงสร้างเนื้อหาให้ AI อ่านง่าย เริ่มทำ GEO ควบคู่กับ SEO และที่สำคัญไม่แพ้กันคือปรับ KPI การวัดผลให้ครอบคลุมทั้ง Share of Voice, Citation Rate และคุณภาพของ Traffic ไม่ใช่มองแค่ตัวเลขคลิกแบบเดิมอีกต่อไป เปลี่ยนแปลงมันน่ากลัวเสมอแหละครับ แต่ใครปรับตัวได้ไว ก็มีโอกาสเก็บเกี่ยวผลลัพธ์ได้ก่อนคนอื่นเหมือนกัน
บทความนี้ร่างและเรียบเรียงเนื้อหาโดย AI (Claude) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง วางกลยุทธ์ และอนุมัติโดย [แบงก์ ธนาคาร เลิศสุดวิชัย / ทีมงาน Moonday Agency]



